การแต่งเพลงท่อนที่สอง การแต่งเพลงท่อนที่สองจะเกี่ยวพันต่อเนื่องกันจากท่อนที่หนึ่ง หากผู้แต่งเลือกใช้โครงท่อนเป็นประเภทใดในท่อนที่หนึ่งพอถึงท่อนที่สองก็ควรใช้โครงท่อนให้เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่นผู้แต่งใช้โครงท่อนที่เรียบง่ายเป็นท่อนที่หนึ่งพอถึงท่อนที่สองก็ยกโครงท่อนที่เรียบง่ายของท่อนที่หนึ่งมาใช้เป็นท่อนที่สองคือลอกถอดแบบโครงท่อนมานั่นเอง ตัวอย่างต่อไปผู้แต่งเลือกใช้โครงท่อนที่มีลักษณะของการฉีกตัวออกไปคือประโยคที่หนึ่ง
ประโยคที่สอง ประโยคที่สาม
ประโยคที่สี่
ทั้งสี่ประโยคเหล่านี้ผู้แต่งจะใช้ท่วงทำนองให้เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายได้แค่สี่ประโยคหรือสองบรรทัดและประโยคบรรทัดต่อไปผู้แต่งจะใช้ท่วงทำนองที่ฉีกออกไปจากเดิมให้โดดเด่นขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างให้เห็นถึงความรู้สึกที่แตกต่างซึ่งไม่ซ้ำกับท่วงทำนองเดิมคือเริ่มจากประโยคที่ห้า ประโยคที่หก
ประโยคที่เจ็ด
และประโยคที่แปดก็จะครบได้รวมกันเป็นหนึ่งท่อน
โครงท่อนประเภทนี้จะมีลักษณะที่สวยงามกว่าโครงท่อนที่มีท่วงทำนองที่เรียบง่ายซึ่งจะเหมือนกันแทบทุกประโยค โครงท่อนที่มีการฉีกตัวออกไปหากผู้แต่งเลือกใช้โครงท่อนประเภทนี้แต่งเพลงใช้เป็นโครงท่อนที่หนึ่งพอถึงท่อนที่สองให้ยกโครงท่อนที่หนึ่งทั้งหมดนี้มาใช้เป็นโครงท่อนที่สองก็คือการลอกถอดแบบโครงท่อนมานั่นเอง ตัวอย่างต่อไปส่วนสาระข้อมูลท่อนที่สองจะเริ่มเข้มข้นขึ้นคืออยู่ในระหว่างเป็นตอนเรื่องให้น่าติดตามอย่างมีน้ำหนักขึ้นเพียงเล็กน้อยให้ได้รู้สึกว่ากำลังดำเนินเรื่องไปอย่างเข้าด้ายเข้าเข็มกันทีเดียวแต่ยังอยู่ในความจำกัดของท่อนหรือยังอยู่ในขอบเขตของท่อนที่มีความเรียบง่ายด้วยท่วงทำนองอยู่ ผู้แต่งอาจได้เปิดเผยสาระสำคัญให้ความหมายของเรื่องออกมาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนที่ควรแก่การเหมาะสมคือท่อนที่สองเป็นเพียงท่อนที่กำลังไปสู่หัวใจของเพลงสิ่งที่ผู้แต่งได้ใช้พื้นที่ในการแต่งเพลงอยู่ในท่อนที่สองก็ย่อมรู้ดีว่าการออมสิ่งที่เป็นสาระความหมายของเรื่องควรเป็นเช่นไร หากผู้แต่งใส่เนื้อหาสาระความหมายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องไว้อยู่ในท่อนที่สองมากเกินไปก็จะทำให้เรื่องราวข้อมูลอาจถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลืองโดยที่ท่อนต่อไปผู้แต่งจะหมดเนื้อหาสาระความหมายลงซึ่งจะไม่เหลือให้ได้ใช้ในสิ่งที่เป็นท่อนของหัวใจต่อไป ดังนั้นการออมข้อมูลเนื้อหาสาระความหมายของเรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญในการใช้แต่งเพลงที่อยู่ในระหว่างท่อนที่สองนี้ให้เหมาะสมเข้ากลมกลืนอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป
การแต่งเพลงท่อนที่สาม ท่อนที่สามซึ่งเป็นท่อนที่โดดเด่นด้วยความสวยงามแห่งท่วงทำนองได้ดีกว่าทุกท่อนอาจได้เรียกว่าเป็นท่อนที่ทำให้เกิดความคุ้นเคยได้ง่ายจดจำได้ง่ายคือส่วนท่อนที่แยกแตกออกไปหรือฉีกออกไปจากท่อนปกติเป็นท่อนที่สร้างท่วงทำนองขึ้นมาใหม่ที่ไม่ซ้ำกับรูปแบบของท่อนเดิม
โครงท่อนที่สวยงามด้วยท่วงทำนองซึ่งเป็นส่วนหัวใจของเรื่องเป็นท่อนที่เป็นหัวใจของข้อมูลและให้ความหมายเปิดเผยส่วนที่เป็นสิ่งสาระสำคัญของเรื่องรวมไว้ออยู่ในท่อนนี้ทั้งหมด
ตัวอย่างเช่นการสร้างทำนองให้โดดเด่นในท่อนที่สามหรือเป็นท่อนที่นิยมใช้เรียกกันว่าท่อนฮุกของเพลง
ประโยคแรกของท่อนฮุกผู้แต่งจะสร้างท่วงทำนองให้ฉีกออกไปจากเดิมจนเกิดเป็นลักษณะที่มีความแตกต่างให้ได้รู้สึกดีขึ้นด้วยความไหลลื่นอย่างพลิ้วไสวงดงามเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความหลงใหลซึ่งน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
หากทำเช่นนี้ได้ทุกประโยคไปจนกว่าจะครบจบท่อนฮุกคือท่อนที่สามก็ถือว่าเป็นผู้แต่งที่ได้สร้างท่วงทำนองได้เป็นอย่างยอดเยี่ยมที่ครบสมบูรณ์แบบแต่หาได้น้อยมากที่จะสามารถทำให้เป็นไปได้เช่นนี้
โดยส่วนใหญ่แล้วความโดดเด่นในท่วงทำนองที่ฉีกออกไปหรือแตกออกไปนี้ผู้แต่งจะนิยมใช้กันเพียงแค่ประโยคที่หนึ่งถึงประโยคที่สองเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกว่าท่วงทำนองเกิดมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงออกไปก็สามารถสื่อให้รู้สึกว่าเป็นท่อนที่ไม่เหมือนใคร
เป็นท่อนที่เป็นพระเอกกว่าทุกท่อน เป็นท่อนที่ดีกว่าทุกท่อน เป็นท่อนที่ทำให้เกิดความคุ้นเคยได้ดีกว่าทุกท่อน
เป็นท่อนที่มีเสน่ห์กว่าทุกท่อน เป็นท่อนที่ผู้แต่งนิยมให้ความสำคัญ เป็นท่อนที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายโดยที่ไม่มีผู้แต่งผู้ใดจะปฏิเสธได้ แต่ก็ไม่เสมอไปในท่อนฮุกที่เรียกว่าท่อนที่สามประโยคแรกและประโยคต่อไปจนถึงสองบรรทัดแรกเพียงสี่ประโยคนี้ผู้แต่งอาจได้ใช้ท่วงทำนองที่เรียบง่ายต่อเนื่องติดต่อกันและใช้บรรทัดที่สามประโยคที่ห้าเป็นท่วงทำนองที่แยกแตกออกไปในลักษณะที่เกิดมีความเปลี่ยนแปลงขึ้นในช่วงหลังของท่อนก็อาจเป็นไปได้อีกเช่นกัน ตัวอย่างต่อไปการนำเสนอใส่ข้อมูลสำคัญในท่อนที่สามคือหัวใจของเรื่องที่มาถึงให้ควรได้เปิดเผยอยู่ในท่อนที่สามคือจุดสุดยอดของเรื่องหรือจุดสูงสุดของเรื่องที่ควรได้ใช้หยิบนำข้อมูลเหล่านี้มาแต่งเสนอให้เห็นถึงความหมายของเหตุการณ์ซึ่งได้เกิดขึ้นเป็นที่เข้าใจในเนื้อหาที่ผู้แต่งได้แต่งมาทั้งหมดคือผู้แต่งแต่งท่อนที่หนึ่งนั้นก็ย่อมเปิดไพ่ใบที่หนึ่งออกมาให้เห็นผู้แต่งแต่งท่อนที่สองก็คือการเปิดไพ่ใบที่สองให้เห็น
ผู้แต่งแต่งท่อนที่สามนั่นก็คือการเปิดไพ่ใบที่สามออกมาคือไพ่ใบสุดท้ายซึ่งให้เห็นข้อมูลที่สำคัญเป็นหัวใจของเรื่องทั้งหมดอาจจะสื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและควรจะเป็นซึ่งผู้แต่งได้กำหนดทิศทางให้ไว้อย่างมีเหตุมีน้ำหนักที่ให้ความหมายให้สาระสำคัญรวมไว้อยู่ในท่อนที่สามคือท่อนฮุกไว้ทั้งหมด
เพลงบางเพลงในบางครั้งผู้แต่งอาจแต่งท่อนที่สามคือท่อนฮุกหรือการเปิดไพ่ใบที่สามนี้ซึ่งผู้แต่งอาจไม่ได้ใช้ความเป็นสิ่งที่เป็นหัวใจของข้อมูลเนื้อหาสาระหรือความหมายที่ทำให้เกิดรู้สึกได้ว่าไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผยอย่างที่ควรจะเป็นคือแต่งเรื่องผูกเรื่องราวที่ยังซ่อนเงื่อนงำเอาไว้อาจได้ปกปิดอยู่
หรือยังไม่ได้เปิดเผย หรืออาจจะไม่มีการเปิดเผยก็ย่อมเป็นไปได้อีกเช่นกัน ผู้แต่งที่มีเจตนาปกปิดข้อมูลหรือปกปิดซ่อนเงื่อนงำเอาไว้อาจจะเป็นวิธีหนึ่งซึ่งผู้แต่งได้นำเอามาใช้กับการแต่งเพลงแต่ก็ไม่เป็นที่นิยมกันสักเท่าไหร่เพราะเพลงเป็นสิ่งที่ฟังแล้วเข้าใจได้ง่ายคือฟังแล้วเข้าใจเลยหรือเพลงที่ฟังแล้วต้องตีความหมายอีกทีว่าสื่อเจตนากล่าวถึงสิ่งใดซึ่งก็ถือว่าสลับซับซ้อนแต่ก็ยังเกิดความเข้าใจได้
หากเพลงที่มีเงื่อนงำหรือปกปิดเพื่อไม่ให้ได้รู้ไม่ให้เข้าใจปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นปริศนาอำพรางไว้คือทำให้เกิดเข้าใจยากหรือทำให้เกิดการไม่เข้าใจอาจจะเป็นทางเลือกวิธีใหม่ต่อไปซึ่งผู้แต่งได้เกิดการทดลองแต่งเป็นปริศนาไม่ให้เกิดความเข้าใจในบทเพลงและอาจเป็นที่นิยมอีกทางเลือกหนึ่งขึ้นมาก็เป็นได้เสมอไปในหมู่ของผู้ฟัง
การแต่งเพลงท่อนที่สี่
การแต่งเพลงท่อนที่สี่คือท่อนที่ต้องสรุปเรื่องการแต่งเพลงทั้งหมดรวมไว้อยู่ในท่อนที่สี่นี้ซึ่งจะมีพื้นที่ให้สรุปอย่างละเท่าๆกันกับท่อนที่ผ่านมา
การสรุปเรื่องผู้แต่งอาจได้กรองข้อมูลสำคัญไว้บางส่วนแล้วเข้าผสมผสานกับการแสดงทัศนะของผู้แต่งเติมใส่ลงไปในช่วงสุดท้ายที่ผู้แต่งแสดงความคิดเห็นให้ควรเป็นไปในทิศทางใดตามแต่ความเหมาะสมให้ดูกลมกลืนหรือฉีกแยกแตกออกไปก็เป็นไปได้เช่นกัน
โอกาสที่ผู้แต่งจะได้แสดงทัศนะในท่อนที่สี่ท่อนสุดท้ายนี้จะมีเพียงได้แค่สี่ประโยคหรือสองบรรทัดสุดท้ายเท่านั้นคือจะมีพื้นที่จำกัดให้ผู้แต่งสรุปให้ได้อย่างกระชับลงตัวนั่นเอง
การสรุปจบเรื่องจะมีวิธีจบได้หลายวิธีด้วยกันเช่น
การสรุปจบแบบแสดงทัศนะให้แง่คิด การจบด้วยวิธีนี้ผู้แต่งจะใช้สิ่งที่สื่อให้เห็นถึงเหตุที่ผู้ฟังควรได้ประโยชน์เป็นสิ่งที่รู้สึกได้ถึงความมีค่าให้เกิดการมีส่วนร่วมแสดงเจตนาให้ได้ตัดสินใจขึ้นมาเองโดยธรรมชาติซึ่งไม่ได้มีการบังคับจิตใจของผู้ฟังให้เป็นไปในทิศทางใดทางหนึ่งของบทเพลงซึ่งอาจจะมีการแฝงด้วยการให้ความหมายเป็นสิ่งที่เกิดแก่การต่อยอดของความคิดหรือการสานต่อความคิดหรือการทำให้เกิดการปะทุด้วยแรงจูงใจจากเหตุบางอย่างที่เกิดขึ้นทางความคิดให้ได้เกิดทางที่สว่างขึ้นในทิศทางที่ดีขึ้นมีหนทางที่คิดคาดว่าดีเป็นที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในสิ่งที่คิดคาดไม่ถึงว่าการจบด้วยวิธีที่แสดงทัศนะให้แง่คิดมุมมองเช่นนี้จะมีประโยชน์เกิดแก่ผู้ฟังได้อย่างมากทีเดียว บางครั้งอาจถือได้ว่าเป็นการได้รู้เพื่อสร้างบทเรียนอุทาหรณ์สร้างคติเตือนใจในสิ่งที่ผู้ฟังไม่ต้องได้ไปพบเจอเหตุการณ์ด้วยตนเอง การแสดงทัศนะสรุปจบเพลงนี้จะนิยมใช้ให้เข้ากับเหตุที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นกลางของเรื่องของเหตุให้มีเจตนาความหมายชี้ให้เป็นไปในทางบวกคือสิ่งที่ดีขึ้นนั่นเอง และอย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ฟังจะมีความคิดความรู้สึกที่คล้อยตามด้วยการเจตนาอย่างที่เรียกว่าความน่ามหัศจรรย์ของผู้ฟังที่ทำให้เกิดเป็นการประสบสำเร็จซึ่งได้สะท้อนกลับมาให้กับผู้แต่งด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุผล บางครั้งการแสดงทัศนะที่มีเจตนาชี้ให้เห็นเป็นไปในทางลบอาจจะเป็นการสร้างให้เกิดความรู้สึกที่ขัดแย้งกันในทางความคิดต่อผู้ฟังได้ คือโดยธรรมชาติของบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาแล้วและเมื่อใดที่ผู้ฟังเพลงซึ่งย่อมมีความรู้สึกที่คล้อยตามเป็นไปในทางบวกมีความรู้สึกร่วมเป็นไปตามเพลงรวมอยู่ในเหตุการณ์เรื่องราวนั้นด้วย แต่ตราบใดที่ผู้ฟังไม่มีความรู้สึกเช่นนี้ร่วมอยู่ในบทเพลงด้วยแล้วก็จะเกิดมีความรู้สึกขัดแย้งทางความคิดขัดแย้งทางอารมณ์และจะขัดแย้งทางเหตุผลขึ้นเป็นไปในทางลบโดยทันทีซึ่งจะมีผลต่อผู้ฟังให้รู้สึกต่อต้านขึ้นมาด้วยเหตุของอารมณ์และทัศนะที่เป็นไปในทางลบสะท้อนกลับมายังบทเพลงของผู้แต่งทันทีนั่นย่อมให้ความหมายว่าผู้แต่งได้ประสบสำเร็จในอีกมุมมองหนึ่งซึ่งมีความตรงกันข้ามที่ได้แสดงทัศนะให้เป็นไปในทางลบให้ผู้ฟังต่อต้านขึ้นโดยเป็นไปอย่างธรรมชาติของความรู้สึกนั่นเอง
การสรุปจบแบบแสดงทัศนะให้แง่คิด การจบด้วยวิธีนี้ผู้แต่งจะใช้สิ่งที่สื่อให้เห็นถึงเหตุที่ผู้ฟังควรได้ประโยชน์เป็นสิ่งที่รู้สึกได้ถึงความมีค่าให้เกิดการมีส่วนร่วมแสดงเจตนาให้ได้ตัดสินใจขึ้นมาเองโดยธรรมชาติซึ่งไม่ได้มีการบังคับจิตใจของผู้ฟังให้เป็นไปในทิศทางใดทางหนึ่งของบทเพลงซึ่งอาจจะมีการแฝงด้วยการให้ความหมายเป็นสิ่งที่เกิดแก่การต่อยอดของความคิดหรือการสานต่อความคิดหรือการทำให้เกิดการปะทุด้วยแรงจูงใจจากเหตุบางอย่างที่เกิดขึ้นทางความคิดให้ได้เกิดทางที่สว่างขึ้นในทิศทางที่ดีขึ้นมีหนทางที่คิดคาดว่าดีเป็นที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในสิ่งที่คิดคาดไม่ถึงว่าการจบด้วยวิธีที่แสดงทัศนะให้แง่คิดมุมมองเช่นนี้จะมีประโยชน์เกิดแก่ผู้ฟังได้อย่างมากทีเดียว บางครั้งอาจถือได้ว่าเป็นการได้รู้เพื่อสร้างบทเรียนอุทาหรณ์สร้างคติเตือนใจในสิ่งที่ผู้ฟังไม่ต้องได้ไปพบเจอเหตุการณ์ด้วยตนเอง การแสดงทัศนะสรุปจบเพลงนี้จะนิยมใช้ให้เข้ากับเหตุที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นกลางของเรื่องของเหตุให้มีเจตนาความหมายชี้ให้เป็นไปในทางบวกคือสิ่งที่ดีขึ้นนั่นเอง และอย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ฟังจะมีความคิดความรู้สึกที่คล้อยตามด้วยการเจตนาอย่างที่เรียกว่าความน่ามหัศจรรย์ของผู้ฟังที่ทำให้เกิดเป็นการประสบสำเร็จซึ่งได้สะท้อนกลับมาให้กับผู้แต่งด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุผล บางครั้งการแสดงทัศนะที่มีเจตนาชี้ให้เห็นเป็นไปในทางลบอาจจะเป็นการสร้างให้เกิดความรู้สึกที่ขัดแย้งกันในทางความคิดต่อผู้ฟังได้ คือโดยธรรมชาติของบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาแล้วและเมื่อใดที่ผู้ฟังเพลงซึ่งย่อมมีความรู้สึกที่คล้อยตามเป็นไปในทางบวกมีความรู้สึกร่วมเป็นไปตามเพลงรวมอยู่ในเหตุการณ์เรื่องราวนั้นด้วย แต่ตราบใดที่ผู้ฟังไม่มีความรู้สึกเช่นนี้ร่วมอยู่ในบทเพลงด้วยแล้วก็จะเกิดมีความรู้สึกขัดแย้งทางความคิดขัดแย้งทางอารมณ์และจะขัดแย้งทางเหตุผลขึ้นเป็นไปในทางลบโดยทันทีซึ่งจะมีผลต่อผู้ฟังให้รู้สึกต่อต้านขึ้นมาด้วยเหตุของอารมณ์และทัศนะที่เป็นไปในทางลบสะท้อนกลับมายังบทเพลงของผู้แต่งทันทีนั่นย่อมให้ความหมายว่าผู้แต่งได้ประสบสำเร็จในอีกมุมมองหนึ่งซึ่งมีความตรงกันข้ามที่ได้แสดงทัศนะให้เป็นไปในทางลบให้ผู้ฟังต่อต้านขึ้นโดยเป็นไปอย่างธรรมชาติของความรู้สึกนั่นเอง
การสรุปจบแบบเรียบง่าย คือการจบเรื่องที่ดำเนินเป็นไปอย่างธรรมชาติในสิ่งที่ควรจะเป็นและจะไม่เกิดการหักเหที่เจตนาบิดเบือนไปในทิศทางใดทางหนึ่ง
ตัวอย่างเช่นบางครั้งการสรุปจบเรื่องแบบเรียบง่ายนี้ผู้แต่งอาจจะสร้างวิธีจบด้วยการสอดแทรกสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ใส่เข้าไปซึ่งเจตนาสะท้อนให้รู้สึกถึงอารมณ์ที่ยังห่วงหาปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเครื่องเตือนให้รู้ว่าอาจจะยังเกิดขึ้นให้ได้เป็นจริงไปยังอีกฝ่ายหนึ่งให้พึงได้รู้และรับความรู้สึกนี้ไว้อาจจะเป็นสิ่งสัญญาเป็นเครื่องผูกมัดหรือการให้ความหวังด้วยการให้อดทนรอคอยว่าสักวันหนึ่งจะได้รับในสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแต่สิ่งดีๆที่จะปรากฏให้ได้เห็นเป็นจริงขึ้นอยู่ตรงหน้าอย่างครบครันและสมความปรารถนาของผู้ที่ประทานบันดาลให้นั่นเอง
การสรุปจบเรื่องแบบเรียบง่ายนี้ผู้แต่งจะนิยมกำหนดเรื่องคล้ายให้เกิดเป็นสิ่งทำให้ผูกพันด้วยการให้หรือบันดาลประทานสิ่งต่างๆออกมาเป็นคำพูดซึ่งอาจจะทำให้เกิดเป็นจริงได้ในวันหนึ่งหรือการจบเรื่องที่มีวิธีการดำเนินไปสู่อนาคตข้างหน้าคือหัวใจสิ่งสำคัญของการสรุปจบเรื่องที่ผู้แต่งจะนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายสืบเนื่องต่อกันมาและถือว่าเป็นวิถีทางที่ดีทางหนึ่งในการใช้จบเรื่องได้ดีเช่นกัน
ตัวอย่างต่อไปการจบเรื่องที่นำไปสู่อนาคตนี้ผู้แต่งอาจแสดงเหตุให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องของเรื่องราวได้อย่างเป็นไปทางธรรมชาติที่ควรจะจบด้วยการให้มุมมองเจตนาให้รู้สึกถึงภายภาคหน้าที่ควรจะเป็นไปหรือควรที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้อีกในอนาคตซึ่งอาจจะเป็นวิธีถูกนำมาเสนอให้เห็นในทิศทางต่อไปในภายภาคหน้า
ตัวอย่างต่อไปอาจจะใช้การจบด้วยวิธีปิดเรื่องราวให้สั้นที่สุดแค่กาลปัจจุบันซึ่งจะไม่มีสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงหาให้ความหวังต่อใครคนหนึ่งและจะไม่แสดงขยายมุมมองให้ไกลออกไปในทิศทางแห่งอนาคตแต่จะสรุปจบเรื่องลงด้วยเหตุแห่งสถานการณ์ปัจจุบันที่บ่งบอกถึงแต่ตอนนี้เวลานี้เท่านั้นซึ่งอาจจะเป็นการจบแบบกะทันหันจบแบบฉับพลันอาจจะทำให้รู้สึกว่าเป็นการที่รีบจบแบบไม่มีการสรุปใดๆให้ได้เกิดการเบาบางของเรื่องในสิ่งที่ควรจะเป็น
การสรุปจบแบบหักมุม ซึ่งเป็นการจบแบบเจตนาบิดเบือนหรือเบี่ยงเบนสถานการณ์ของเรื่องให้เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นด้วยการจบเรื่องที่ถูกหักเหออกไปจากความเป็นจริงคือการจบที่ถูกสร้างเรื่องราวสร้างสถานการณ์ขึ้นมาใหม่ให้ฉีกออกไปด้วยความแตกต่างอย่างรู้สึกได้ชัดเจนมาก
ตัวอย่างเช่นผู้แต่งได้แต่งเพลงเกี่ยวกับการมีความรักเรื่องราวของความเป็นไปได้ด้วยสิ่งดีๆมาตลอดควรสรุปจบเรื่องด้วยความสมหวังแต่ผู้แต่งใช้วิธีจบแบบหักมุมคือต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทอดทิ้งหรืออาจจะใช้ให้มีเหตุสร้างสถานการณ์ให้เปลี่ยนแปลงไปเพื่อมิให้คู่ทั้งสองได้สมหวังซึ่งกัน
การใช้วิธีจบแบบหักมุมนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมที่ผู้แต่งจะนำมาใช้จบกับบทเพลงสักเท่าไหร่เพราะการจบด้วยวิธีหักมุมหักเหเรื่องราวนี้จะไม่สามารถทำให้เกิดความประสบสำเร็จได้เพราะสถานการณ์และเรื่องราวถูกเจตนาให้สรุปจบเรื่องแสดงทัศนะให้ความหมายต่อความรู้สึกไปในทางลบให้ดิ่งจมลงเหมือนผู้ขับร้องกำลังร้องเพลงเกี้ยวพาราสีจีบสาวพลอดรักกันอย่างกะหนุงกะหนิงดูช่างน่ารักแต่ตอนจบกับทะเลาะเบาะแว้งถากถางด้วยคำพูดที่ต้องแยกทางทิ้งกันไป
หรือผู้ขับร้องกำลังร้องเพลงซึ่งให้กำลังใจผู้หญิงคนหนึ่งแต่พอตอนจบกลับย่ำยีซ้ำเติมผู้หญิงที่หมดหนทางต่อสู้ให้ความรู้สึกที่บอบช้ำนั้นจมลง ดังนั้นการจบด้วยวิธีหักเหหักมุมนี้จะไม่เป็นที่นิยมต่อผู้ฟังเป็นอย่างยิ่งและก็จะไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่ขับร้องด้วยเพราะผู้ใดที่ขับร้องเพลงซึ่งมีการจบแบบวิธีนี้จะถูกมองด้วยสายตาหลายๆคู่และนึกอยู่ในใจว่าผู้ที่ขับร้องเป็นคนใจไม้ไส้ระกำกะล่อนปลิ้นปล้อนได้ถึงเพียงนี้
แต่ถ้าผู้แต่งมองกลับหัวกลับหางกันก็จะเห็นวิธีอีกวิธีหนึ่งซึ่งอาจเป็นแนวทางใหม่ขึ้นมาทันทีโดยตั้งชื่อแนวทางมุมมองนี้ว่า วิธีโจรกลับใจ
ผู้แต่งจะแต่งเรื่องราวไปในทางลบทั้งหมดทั้งมวลพอจบเพลงก็ใช้วิธีจบแบบหักมุมหักเหเรื่องราวให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นบวกในทางที่ดี
การจบที่เจตนาให้ความรู้สึกเช่นนี้ผู้ฟังยังพอรับได้และอภัยให้กันได้เรื่องใดๆร้ายๆที่ผ่านมาพอตอนจบได้กลับกลายมาเป็นดีเช่นอย่างนี้ย่อมไม่มีผู้ฟังคนใดให้ความรู้สึกที่ต่อต้านชิงชังหรอกมีแต่อนุโมทนาสาธุให้หลุดพ้นในสิ่งร้ายๆให้ดีขึ้นดีขึ้นซึ่งอาจจะเป็นวิถีทางหนึ่งให้ผู้แต่งได้ประสบสำเร็จในมุมมองของการกลับหัวกลับหางในการจบด้วยการหักมุมหักเหเรื่องราวนี้ก็เป็นไปได้
หลักคิด อารมณ์ มุมมอง ทัศนะ ผู้แต่งอาจได้เคยศึกษาเป็นผู้ทำการแต่งเพลงมาบ้างแล้วก็ตามลองวางสิ่งทุกอย่างลงเสียให้เหลือแต่หลักที่ควรรู้ลองฝึกทดสอบและสังเกตตนเองว่ามีหลักคิดเป็นไปในทิศทางใดให้ศึกษาจากภาษาที่ใช้เขียนแต่งออกมา หาความเป็นตนเองให้มากที่สุดและหาแนวทางของตนเองค้นให้เจอคลี่คลายกระจายออกมาให้หมดแล้วเลือกดูว่าชอบสิ่งใดเป็นที่สุดให้นำเอาสิ่งนั้นของตนเองเป็นที่ตั้งเป็นแนวทางเสียซึ่งหลักคิดในการเขียนจะมีลักษณะเป็นเช่นไรไหลลื่นเข้าใจง่ายดีไหมหรือควรต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคิดปรับโครงสร้างของความคิดเพื่อให้ได้สอดคล้องเข้ากลมกลืนเกิดเป็นผลงานที่ดีด้วยหลักคิดที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเป็นมาตรฐานเป็นสากลที่ได้รับความเชื่อถือเป็นสิ่งที่ถูกคัดสรรผ่านความรู้สึกแล้วว่าดีนั่นเอง
การปรับวิธีคิดให้ยึดในหลักที่ถูกต้องไว้ว่ามีสิ่งใดบ้างมากน้อยจำนวนใดแล้วนำไปสู่เหตุที่ดีขึ้นกว่าเดิมทำในลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็จะคุ้นเคยในแนวความคิดของตนเองว่าต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาในการใช้แต่งเพลงของผู้แต่งเอง
วิธีการในหลักคิดของโครงสร้างก็จะถูกพลิกแพลงขับเคลื่อนไปสู่สิ่งใหม่ด้วยเหตุแห่งทางความคิดที่ถูกเรียกกันว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์จากผลงานเดิมที่มีอยู่ให้เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นสมบูรณ์ขึ้นแน่นขึ้นซึ่งจะเป็นหลักวิธีคิดที่หมุนรอบตนเองพัฒนาหลักคิดของตนเองไปสู่การแข่งขันในผลงานของตนเองอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง กรรมวิธีผสมผสานในหลักคิดต่างๆนำมารวมเข้าด้วยกันคัดสรรกลั่นกรองนำเอาเฉพาะรายละเอียดให้เป็นแหล่งข้อมูลใหม่สร้างหลักคิดใหม่ให้เกิดเป็นแนวทางพัฒนาด้วยการนำร่องทดสอบต่อยอดให้เกิดเป็นผลเป็นเหตุให้สืบสานในแนวหลักคิดได้ต่อไป
อารมณ์
เป็นสิ่งสำคัญซึ่งจำเป็นต้องสัมพันธ์กันกับแนวทางความคิดในระหว่างทำการแต่งเพลง ผู้แต่งเองยังต้องคอยคุมจิตควบคุมอารมณ์รักษาไว้ให้ดำรงคงอยู่ในเหตุแห่งความรู้สึกของความถูกต้องซึ่งควรกระทำก่อนการแต่งเพลงทุกครั้ง
ดังนั้นการควบคุมอารมณ์ควบคุมจิตต้องกำหนดให้นิ่งและจะสามารถทำให้กระบวนการของหลักคิดได้โลดแล่นต่อไปได้
การทำให้จิตอารมณ์นิ่งเพื่อให้เกิดหลักคิดได้หยั่งเข้าถึงเหตุแห่งสาระความรู้ที่เป็นวัตถุดิบเพื่อนำมาประกอบใช้แต่งเป็นบทเพลงรวมถึงการพัฒนาการใช้ภาษาซึ่งอาจจะมาจากหลักคิดหรือมุมมองที่ได้มองเห็นล้วนแล้วเกิดจากการพัฒนาทางด้านจิตอารมณ์ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
การทำงานโดยใช้จิตอารมณ์ที่แนบนิ่งของผู้แต่งจะจดจ่อหรือค้นคว้าหาข้อมูลไปสู่สิ่งสำเร็จได้ดีกว่าการมีจิตอารมณ์ที่ขุ่นมัวขึงขังตึงเครียดอยู่กับงานย่อมไม่เกิดสิ่งที่ดีไปสู่ความสำเร็จที่สวยงามได้ จนบางครั้งผู้แต่งถึงต้องลงมือปฏิบัติฝึกจิตอารมณ์ให้มีความนิ่งก่อนทำการแต่งเพลงทุกครั้งเพื่อให้จิตอารมณ์และหลักคิดได้สัมผัสเข้าถึงเหตุแห่งเนื้อเรื่องให้เกิดความคุ้นเคยถึงกลิ่นอายในสถานการณ์ของเหตุก่อนที่จะเกิดมุมมองและได้แสดงทัศนะเป็นไปตามลำดับต่อไป สิ่งนี้จึงเรียกว่าการฝึกจิตอารมณ์ให้เกิดเป็นสมาธิแล้วใช้จิตอารมณ์นี้เป็นการหยั่งเข้าถึงพล็อตเรื่องหรือเนื้อเรื่องให้เห็นถึงเนื้อหาความเป็นสาระที่ควรจะหยิบนำมาใช้ในการแต่งเพลงนั่นเอง มีผู้แต่งหลายคนเห็นความสำคัญโดยการฝึกฝนจิตอารมณ์ของตนเองให้เกิดมีสมาธิซึ่งแนบนิ่งใด้มากที่สุดให้นิ่งอย่างลึกซึ้งซึ่งมีความละเอียดอ่อนให้มากที่สุด
เพราะสิ่งเหล่านี้ผู้แต่งย่อมรู้ดีว่าเป็นเครื่องมือเป็นวิธีวิถีทางหนึ่งซึ่งนำไปสู่การแต่งเพลงให้ได้มาด้วยผลงานอย่างคิดคาดไม่ถึงว่าเกิดขึ้นได้จริงอย่างน่าอัศจรรย์ต่อผู้แต่งเองซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการพัฒนาทางด้านฝีมือโดยการค้นพบกระบวนการกรรมวิธีไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอีกหนทางหนึ่งและเป็นทางที่ผู้แต่งได้เลือกใช้เข้ามาโดยการฝึกจิตอารมณ์ให้แนบนิ่งลึกซึ้งที่สุดเพื่อเป็นการแข่งขันกับตนเองและแข่งขันกับผู้แต่งผู้อื่นด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้แต่งที่มีความเชี่ยวชาญในวิถีทางเช่นนี้ย่อมเป็นผู้ที่มีบุคลิกมีจิตอารมณ์เป็นสมาธิสามารถนั่งนิ่งๆก็เห็นในสิ่งให้ได้นำมาพูดนำมาอ่านให้เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจคือได้หยั่งรู้พูดอ่านด้วยการมองเห็นอยู่ในใจนั่นคือสิ่งที่คล้ายกับการอ่านหนังสือธรรมชาติในใจของตนเองและอ่านหนังสือธรรมชาติในเรื่องราวสิ่งอื่นได้ด้วยเป็นอย่างดีเช่นกัน
มุมมอง การมองเห็นและมุมมองของผู้แต่งจะไม่ได้มองเห็นกันด้วยตาแต่จะมองเห็นรู้ได้ด้วยจิตความรู้สึกหยั่งถึงเห็นในสิ่งคิดให้ได้เกิดเป็นมุมมองในวิธีหนึ่งกับสิ่งหนึ่งที่ได้เห็น
การเกิดมุมมองในสิ่งที่ได้เห็นหรือการหยั่งถึงได้รู้ในสิ่งที่เห็นแล้วจึงเกิดการวิเคราะห์นำมาซึ่งการไตร่ตรองขยายผลขยายความให้เกิดเป็นสาระเรื่องราวในสิ่งที่ควรเป็นไปได้อย่างถูกต้อง
การวิเคราะห์ไตร่ตรองค้นคว้าซึ่งจะนำพาไปสู่เป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญคือข้อคำตอบที่เกิดมาจากมุมมองเล็กๆส่วนหนึ่งของจิตอารมณ์ที่เป็นสมาธิ เพราะเช่นนั้นผู้แต่งที่ใช้หลักวิธีนี้ทำการแต่งเพลงก็ย่อมเป็นผู้ที่มีการฝึกการวิเคราะห์มาอย่างหลายต่อหลายครั้งจนได้เกิดความชำนาญเชี่ยวชาญในการค้นคว้ารู้เห็นคำตอบได้ด้วยตนเองด้วยพฤติกรรมที่เรียบง่ายอย่างนิ่งสงบ การหยั่งถึงด้วยการมองเห็นในมุมมองซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์นี้ย่อมคล้ายกับเกิดการปิ๊งไอเดียที่เกิดขึ้นมาให้ได้รู้สึกหยั่งถึงเห็นเพียงชั่วขณะแต่จะเป็นวิธีการที่หยั่งถึงให้ได้เห็นกันอย่างแตกต่างกันคนละวิธี
และการปิ๊งไอเดียย่อมถือว่าเป็นทางลัดที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วที่ไม่ได้มาจากจิตอารมณ์ที่แนบนิ่งเป็นสมาธิตามลำดับขั้นตอนจากสภาวะภายในของร่างกายที่แนบนิ่งเกิดเป็นสมาธิเกิดมุมมองเกิดปัญญาได้การวิเคราะห์ได้ค้นคว้าได้คำตอบพบถึงความสำเร็จคือสิ่งสูงสุดที่ผู้แต่งทุกคนย่อมต้องการและใช้ความสามารถของตนเองไขว่คว้าให้ได้มา มุมมองที่ถูกวิเคราะห์ขึ้นซึ่งเกิดเป็นการสร้างแนวทางหรือวิถีทางโดยมีวิธีการทำให้คลี่คลายขจายแตกออกเพื่อให้ได้ข้อมูลคัดสรรเฉพาะสาระสิ่งที่เป็นความหมายสำคัญเพื่อนำมาใช้ในการแต่งเพลงคือการมองเห็นด้วยโสตประสาททางตาเห็นจากความรู้สึกข้างในซึ่งสามารถนำให้ไปสู่การพัฒนาทำให้ดีขึ้นสู่สิ่งจากเดิมที่มีเป็นอยู่ การวิเคราะห์ที่เกิดขึ้นด้วยวิธีคิดทำให้แตกออกอย่างต่อเนื่องก้าวแรกที่สำคัญคือการวิเคราะห์จากมุมมองด้วยสิ่งคิดวิเคราะห์ขึ้น
หากถ้าเริ่มต้นคิดวิเคราะห์ได้ถูกต้องและการวิเคราะห์ขั้นต่อไปก็จะถูกต้องเกิดเป็นผลขึ้นตามลำดับในสิ่งที่ถูกคิดวิเคราะห์นี้ต่อไปจากหนึ่งเป็นสองเป็นสามเป็นสี่ไปจนกว่าจะพบสิ่งสำเร็จคือคำตอบเป็นสิ่งที่ต้องการคือการถึงสิ่งสำเร็จด้วยการวิเคราะห์ที่เกิดจากมุมมอง
แต่ถ้าก้าวแรกด้วยการเริ่มต้นสร้างวิธีคิดวิเคราะห์เกิดเป็นผลให้ผิดขึ้นมาและการคิดวิเคราะห์ในคราวต่อไปก็ย่อมเกิดเป็นผิดขึ้นมาได้ด้วยตามลำดับต่อเนื่องเช่นกัน
ดังนั้นถ้าการคิดวิเคราะห์ครั้งแรกขึ้นมาก็ผิดครั้งต่อไปก็คือผิดหมดและจะไม่เกิดการหยั่งถึงสิ่งสำเร็จได้จึงเรียกสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นว่าการคิดวิเคราะห์ที่นำไปสู่การหลงทางคือวิเคราะห์ผิดพลาดนั่นเอง
ทัศนะ เป็นสิ่งที่ผู้แต่งแสดงความเห็นให้ปรากฏออกมาจากการวิเคราะห์ให้เห็นรู้ถึงเหตุในสิ่งที่เป็นผลคือวิธีการแต่งเพลงซึ่งผู้แต่งได้แสดงทัศนะแห่งเหตุผลที่มาจากการวิเคราะห์ซึ่งถือว่าเป็นทัศนะของเรื่องเป็นการดำเนินเรื่องของผู้แต่งให้เกิดขึ้นเป็นไปตามบทบาทตามแต่ละความหมายตามแต่อุปนิสัยใจคอของตัวละครในเรื่อง และตามลำดับขั้นตอนของช่วงเวลาที่ควรจะเป็นและองค์ประกอบพื้นฐานหลายๆอย่างในหลักของการแต่งเพลงผู้แต่งจะรวบรวมสิ่งทั้งหมดเพื่อเป็นข้อมูลไว้ในการแสดงทัศนะเพื่อแต่งเพลงออกมาให้เห็นปรากฏขึ้นซึ่งมีที่มาจากมุมมองที่เกิดการวิเคราะห์เห็นเหตุข้อมูลแล้วจึงนำมาแสดงทัศนะด้วยการนำเอาสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นมีอยู่ข้างในนำออกมาให้ปรากฏ
ให้ได้รู้ ให้ได้เห็น ให้ได้ยิน ให้ได้เข้าใจ
โดยการถ่ายทอดเรียบเรียงขึ้นให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้นกับผู้คนที่รับฟังจำนวนมากๆ
การแสดงทัศนะที่เป็นไปตามลำดับของเหตุและเป็นไปตามลำดับขั้นตอนของเรื่องย่อมให้ความหมายแสดงให้เห็นในสิ่งที่ถูกต้องในหลักที่ควรจะเป็นและเกิดเป็นไปได้ในช่วงระยะเวลาต่อไปและบางครั้งการแสดงทัศนะอาจได้ถูกผสมผสานด้วยหลักคิดแห่งจินตนาการเข้ามาสอดแทรกเข้ากลมกลืนให้ได้สัมผัสอย่างแยกแยะไม่ออกว่าวิธีที่ผู้แต่งใช้อยู่นี้เป็นการแสดงทัศนะตามในหลักวิชาที่ควรเป็นและอีกบางทีผู้แต่งยังใช้หลักของการจินตนาการอาจจะเกิดขึ้นเป็นไปได้ในเวลาต่อมาคือสิ่งที่เป็นอนาคตซึ่งยังมาไม่ถึงและอาจเรียกการแสดงทัศนะแบบนี้ว่าเป็นวิธีที่ได้นำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วหรือเป็นเครื่องที่นำไปสู่สิ่งสำเร็จได้เร็วขึ้นด้วยการใช้หลักวิเคราะห์และหลักจินตนาการรวมเข้าด้วยกันซึ่งเป็นเหตุข้อมูลให้ผู้แต่งได้แสดงทัศนะโดยการแต่งเพลงได้อย่างแยบยลอย่างคาดไม่ถึง
การแสดงทัศนะจะถูกทับซ้อนเข้าด้วยกันกับภายในตัวของผู้แต่งเองขณะที่ได้แสดงทัศนะทำการแต่งเพลงอยู่นี้อาจจะเห็นได้ว่า
ท่อนที่หนึ่ง ท่อนที่สอง ท่อนที่สาม จะเป็นการแสดงทัศนะที่มาจาก หลักมุมมอง
หลักวิเคราะห์ หลักจินตนาการ ซึ่งเป็นทัศนะในหลักข้อมูลทั้งหมด
ส่วนท่อนที่สี่จะเป็นการแสดงทัศนะส่วนตัวคือจะออกมาจากความเป็นส่วนตัวของผู้แต่งคือ
หลักคิด อารมณ์ มุมมอง ความเห็น จะสรุปจบเรื่องมีทัศนะความเห็นอาจจะส่งเสริมสนับสนุนหรือจะขัดแย้งให้
เกิดขึ้นเป็นไปในทิศทางใดของการจบเรื่องที่มาจากการแสดงความเห็นส่วนตัวของผู้แต่งโดยทั้งหมดทั้งมวล

